2009-09-03

September is coming

John 11
The Death of Lazarus

• A man name Lazarus who live in Bathany sick
• His two sisters are Martha and Mary
• Mary was the one who pured perfume on Jesus’ feet
• Sisters sent Jesus messages about the sickness of Lazarus
• When Jusus heard and said the final result of Lazarus’s sickness is not death
• This event happened to bring glory to God and the Son will receive this glory
• Jesus loved them
• Jesus decided to go back to Judea to visit them with His disciples
• The disciples don’t want to go back especially Thomas because they scared people there will stoned them
• Jesus asid about walking in the day time and night time, who walk in day time with light will not get stumbling
• Jesus knew Lazarus would fall to dead
• Jesus said death is like a sleep
• Lazarus had been buried 4 days before Jesus arrived
• Bethany was less than 3 kilometers from Jerusalem
• There were companies from Judean come for Lazarus’s death to comfert Martha and Mary
• Martha went out to see Jesus when she knew Jesus was coming

2009-08-03

ชั้นเรียนดนตรี ที่ศูนย์ภาษามวกเหล็ก...

...ทั้งที่เราไม่มีความสามารถ หรือตะลันต์ ทางด้านดนตรีมากนัก แต่ก็พอมีอยู่บ้าง เลยอยากจะนำตะลันต์อันนี้มาแบ่งปันให้กับชุมชน โดยเฉพาะเด็ก ๆ และเยาวชน เพราะจะเป็นการดีที่เด็ก ๆ เหล่านี้จะมารวมกันฝึกซ้อมดนตรีแทนการไปนั่งจดจ่อกับตู้เกมส์คอมพิวเตอร์ หรือร้านเกมส์ต่าง ๆ ขอพระเจ้าได้ทรงนำและได้เพิ่มเติมสิ่งที่ยังขาดอยู่ เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการสอน และขอให้การนี้ที่ได้เกิดขึ้น เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระนามของพระองค์ด้วย

กิจกรรมที่ศูนย์ภาษา กับกลุ่ม นศ. จาก ม.วอลลา วอลลา อเมริกา

...ระหว่างวันที่ 27 กค. ถึง 11 สค. 52 นักเรียนที่ศูนย์ภาษาต่างเฝ้ารอการมาช่วยนำกิจกรรมของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอลลา วอลลา สหรัฐอเมริกา นักเรียนทุกคนสนุกสนานกับการละเล่น การร้องเพลง การสอนภาษาอังกฤษ และการเล่าเรื่องทั้งจากประสบการณ์จริง และจากพระคัมภีร์บ้าง ขอบคุณนักศึกษาทุกท่าน ที่ได้แบ่งเวลามาช่วยเราที่ศูนย์

2009-08-02

สนุกกับเด็ก ๆ สาขาบ้านอ่างหิน และค่ายนวภพ

...ภารกิจใหม่ที่ไม่น่าเบื่อทุกเสาร์ของเราอีกอย่างหนึ่งก็คือไปช่วยสอนสาขาโรงเรียนวันสะบาโตที่บ้านอ่างหิน บ้าน อ.ดร.บุญรัตน์ เพราะที่นั้นอ.ได้ทำศาลาสำหรับสอนโรงเรียนวันสะบาโตไว้แล้ว เด็ก ๆ รู้สึกสนุกสนานกันมาก เรามีของอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เก็บไปเป็นของรางว้ลให้เด็กที่สามารถท่องข้อควรจำได้ บางสะบาโต ถ้าป้าวิ มาก็จะเอาขนมมาเลี้ยงเด็ก ๆ ด้วย เด็ก ๆ มีความสุขมาก บางครั้งในวันเสาร์เราอยากจะพักผ่อนช่วงบ่ายบ้าง แต่พอนึกถึงเด็ก ๆ ที่กำลังรอคอยอยู่ก็ยากที่จะปฏิเสธในการไปสอนพวกเค้า เพราะเด็ก ๆ อาจจะรอมาอาทิตย์หนึ่ง กว่าจะได้พบกัน และพบกับพวกเรา ได้ฟังเรื่องราวจากพระคัมภีร์ และได้ท่องข้อควรจำ ได้ของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ
...เสาร์หนึ่งได้พาเด็กไปเที่ยวค่ายนวภพ เพราะเด็ก ๆ เรียกร้องอยากจะไปกันมาก และก็ขอร้องมาหลายครั้งแล้ว เราก็เลยพาเด็ก ๆ แวะที่ค่ายนวภพ หลังจากเสร็จจากสาขา เด็ก ๆ สนุกสนานกันมาก ดูแล้วก็นึกถึงตอนเราเป็นเด็กไม่ได้ ไม่น่าแปลกเลยที่พระเยซูทรงรักเด็ก ๆ และมีเรื่องตัวอย่างเกี่ยวกับเด็ก ๆ ไว้เตือนสอนผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ด้วยก็หลายเรื่องแนะ ดังเช่น พระเยซูกล่าวว่า แผ่นดินสวรรค์เป็นของคนเช่นเด็ก ๆ ถ้าไม่มีจิตใจเหมือนเด็ก ๆ จะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ยาก...

2009-07-30

อยากจะขอบคุณพระเจ้าที่ทรงพิทักษ์รักษาให้พ้นอันตรายอีกครั้ง

...ขณะที่ขับรถกลับจากกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 28 กค. 52 ช่วงบ่าย เราต้องรีบกลับมาเพื่อจะมาช่วยงานสอนที่ศูนย์ภาษามวกเหล็ก เพราะมีกลุ่มนักศึกษาที่มาจาก มหาวิทยาลัย วอลลา วอลลา มาช่วยด้วยและเราก็จะต้องเป็นผู้แปล และผู้ประสานงานต่าง ๆ ระหว่างทางเลยวังน้อยมาหน่อย ปรากฏว่าฝนตกอย่างหนัก... แทบจะมองทางไม่เห็น แต่รถเราก็ยังวิ่งได้อยู่ถึงแม้จะเก่า... ด้วยความรีบกลับ เราก็ขับรถในเลนขวาและก็ขับเร็วพอสมควร ขณะมาถึงใกล้แถบโรงงาน ขณะที่เรากำลังจะแซงรถบัส รับส่งคนงานอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง รถเราก็เหมือนกับตกลงไปในแอ่งน้ำ สังเกตว่าน้ำจะพุ้งกระจายมาเต็มหน้ารถจนเรามองอะไรไม่เห็นเลย และขณะนั้นเอง เราก็รู้สึกว่าช่วงหลังของรถสะบัดเหมือนกับว่ามันกำลังจะลอยเหนือพื้นขึ้นไป สักครู่เราก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรกระทบกัน ถึง 3 ครั้ง เราไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงอะไร แต่เราก็ยังมีสติดีอยู่ ไม่ได้เหยีบบเบรคเพียงแต่ชะลอ ความเร็วลง แล้วก็รู้ว่ารถเราสะบัดไปกระแทกกับรถรับส่งคนงาน เมื่อลดความเร็วได้แล้วก็จอดข้างทางดู รถก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก และรถบัสคันนั้นก็มาจอดดูรถเราเหมือนกัน มาถามว่ามีใครเป็นอะไรไหม เราบอกว่าไม่มีอะไร... ขอบคุณพระเจ้าที่ได้ทรงอุ้มรถเราไว้...เรานึกในใจว่าสภาพการกระทบกันแบบนี้มันจะต้องพลิกคว่ำแน่นอน แต่พระเจ้าจะช่วยผู้รับใช้ของพระองค์ดังคำสัญญาของพระองค์ ขอบคุณพระองค์จริง ๆ ที่ได้มารู้จักกับพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าเหนือพระทั้งปวง

2009-07-01

Essay is submitted...

และแล้วเรียงความที่คิดว่ายาก และลำบากใจก็เสร็จจนได้ ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นปัญหาสำหรับชีวิต ถ้าเราไม่คิดว่ามันคือปัญหา และค่อย ๆ มองปัญหาด้วยการวิเคราะห์ และขอสติปัญญาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าให้เปิดทางให้เห็นหนทางในการพิชิตปัญหาต่าง ๆ ดังที่พระเจ้าได้ทรงสัญญไว้ใน อิสยาห์ 43.2-3 ว่า "อย่ากลัวเลย เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ เจ้าเป็นของเรา เมื่อเจ้าลุยข้ามน้ำ เราจะอยู่กับเจ้า เมื่อข้ามแม่น้ำ น้ำจะไม่ท่วมเจ้า เมื่อเจ้าลุยไฟ เจ้าจะไม่ไหม้ และเปลวเพลิงจะไม่เผาผลาญเจ้า เพราะเราเป็นพระยะโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า" พระเจ้าไม่ได้บอกว่าเราจะเดินในทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่พระองค์บอกว่า เราอาจจะต้องเดินลุยน้ำ ลุยไฟบ้าง แต่พระองค์ทรงให้กำลังใจว่า เมื่อเราประสบเหตุการณ์ที่ยุ่งยากแบบนั้นพระองค์จะอยู่เคียงข้าง และไม่ให้เราได้รับอันตราย...

2009-06-12

เรียน...ซัมเมอร์...

เด็ก ๆ ปิดเทอมกันแล้ว แต่เราต้องเรียนซัมเมอร์ต่อ...เลยไม่ได้ไปไหนเลย จบไปอีกวิชาแล้วละ เหลืออีกสองวิชาสำหรับซัมเมอร์ สนุกดีเหมือนกันการเรียน ไม่เครียดอะไรมาก ทุกอย่างเหมือนกับการพักผ่อน เรายอมให้พระเจ้านำเราอย่าง คอยเงียบฟังเสียงพระองค์ว่าจะนำไปทางไหน และให้ทำอะไร แล้วเราคงจะได้ยินเสียงนั้น ไม่ว่าจะผ่านมาทางไหนก็ตาม เริ่มเดือนใหม่มาแล้วเกือบจะครึ่งเดือนแล้วสินะ เวลาช่างรวดเร็วเสียนี่กระไร...

2009-05-30

เกือบปีแล้วสินะที่ย้ายมาอยู่มวกเหล็ก

...เป็นระยะเวลาเกือบ หนึ่งปีแล้วที่เราและครอบครัวย้ายมาอยู่ที่มวกเหล็ก เป็นประสบการณ์ที่ดี เราทุกคนมีความสุขกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่นี่เราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เราก็รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันให้ความสุข ของวันนี้กับครอบครัวและก็ทุกคนในครอบครัว แล้วจะมีอะไรที่จะต้องดิ้นรนมากว่าไปกว่านี้อีกละ...ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง ขอบคุณความเป็นไปของชีวิต.. ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทรงนำชีวิต...

2009-05-04

ไปปากชม...

หลังจากเสร็จจากการเปิดประชุมที่ศูนย์ภาษา มวกเหล็ก ทุกเย็นวันจันทร์-ศุกร์ วันเสาร์ที่ 2 พค. ก็เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือเป็นวันคล้ายเกิดของแม่ และวันนี้เองก็จะเป็นวันที่เราได้ทำอะไรพิเศษ ๆ เพื่อคุณแม่ ปีนี้เช่นกันเราเทศนาที่โบสถ์ เพื่อเป็นของขวัญให้แม่หากแต่ว่าปีนี้ต่างจากทุกปี เพราะว่าแม่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว ท่านจากไปแล้ว...
ตอนบ่ายวันเสาร์เอง เราและครอบครัวตัดสินใจไปร่วมงานที่ปากชม เลย.. ขับรถไปเหนื่อยเหมือนกัน ออกจากมวกเหล็ก เกือบ หกโมงเย็น หลังจากเสร็จงานทุกอย่างแล้ว กว่าจะไปถึงก็ตีสอง กว่า...

2009-04-23

และแก้วก็มาถึงวันนั้น...

...แม่ไม่สบายมากนอนอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2552 นี่เป็นการกลับมาครั้งที่สอง หลังจากกลับไปอยู่บ้านได้แค่อาทิตย์เดียว มาครั้งนี้ดูเหมือนกับแม่จะเหนื่อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เราทุกคนผัดเปลี่ยนกันเฝ้าแม่ แต่ละคืนของการเฝ้า เราได้เห็นคนไข้ ที่อยู่เตียงรอบข้าง สิ้นลมหายใจไปทุกคืน ได้แต่คิดในใจว่าสักวันก็คงไม่พ้นแม่เราแน่ และแล้ววันนั้นก็มาถึงจริง ๆ คืนวันที่ 15 เมษายน 2552 ประมาณเทียงคืน(เช้าตรู่ของวันที่ 16 เมษายน) แม่ถ่ายออกมามากผิดปกติ ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องใช้ยาสวนอุจจาระถึงจะออก แต่คืนนี้แม่ถ่ายเอง และก็เยอะด้วย เช้าวันนี้แม่ได้แต่นอน ไม่ขอโน่น ขอนี่ เหมือนทุกวัน ได้แต่นอนหลับตา ถามก็ไม่ตอบอะไร ซึ่งปกติ ท่านจะตอบและพยักหน้าเพื่อบอกคำตอบว่าต้องการอะไร... พักเทียง น้องสาวมาเปลี่ยน เราจะกลับไปกินข้าวเที่ยง หิวมากเลยแวะกินข้าว ข้างทางระหว่างทางกลับบ้าน กินได้ไม่ทันอื่มน้องสาวโทรมา บอกว่าแม่อาการไม่ค่อยดี ชีพจรต่ำมาก เราก็สังเกตเห็นเหมือนกันก่อนออกมา เรากลับมาดู และก็ได้แต่อธิษฐานว่าถ้าแม่จะไปจริง ๆ ก็อย่าให้ท่านได้เจ็บปวดทรมาน และได้อธิษฐานขอยกความผิดทั้งหมดที่แม่ได้ทำ และให้พระเจ้ารับแม่ไว้ในอ้อมแขนด้วย ดูเหมือนแม่จะรับรู้ เพราะท่านไม่ทุรนทุรายอะไรเลย... ยังคงนอนเหมือนอมยิ้ม... แล้วเราก็กลับบ้านให้น้องสาวเฝ้าต่อ ประมาณ บ่ายสี่โมง และแล้วก็ถึงเวลานั้นจริง ๆ น้องสาวโทรมาบอกว่า แม่สิ้นใจแล้ว... เราไม่รู้ว่าจะเสียใจ หรือดีใจกับข่าวนี้ดี เพราะเห็นท่านทรมารมากจากการเจ็บป่วยของท่าน เมื่อท่านสิ้นใจอย่างสงบ ก็เหมือนกับว่าท่านไม่ต้องทุกข์ทรมารอีกต่อไป...แต่เราก็จะต้องสูญเสียแม่ไปตลอดชีวิต...
...งานศพแม่จัดขึ้น 3 วัน คือวันที่ 17-19 และฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เราไม่ได้อยู่ร่วมเก็บกระดูกในวันที่ 22 เพราะต้องกลับมาก่อน ลูก ๆ ต้องเรียนหนังสือ ...

2009-04-16

ลมหายใจสุดท้ายของแม่...

ไม่ว่าใครทุกคนก็ต้องเจอ ตราบใดที่เรายังเป็นคนบาป และเป็นทาสของบาป เพียงรอคอยความหวังจากองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเป็นผู้ถือกุญแจมาปลดปล่อยเราให้ได้ชีวิตใหม่ อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ ผมได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทึ่จะอำนาจอะไรไปต่อรองกับความตายได้... เราทุกคนก็เหมือนกันอย่าให้เราได้ท้อถอยที่จะรักษาความหวังใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
เพราะ "ศัตรูตัวสุดท้ายที่พระองค์จะทรงทำลายนั้นก็คือความตาย" ๑ โครินทร์ ๑๕.๒๖

2009-04-02

ย้ายอีกแล้ว...

เริ่มทะยอยย้ายของบางอย่างเข้ามาในพอพัก ว.มวกเหล็ก ย้ายไม่มีที่สิ้นสุด ฮ่า.. สนุกดีเนอะ ชีวิตเรา
เริ่มเดือนใหม่อีกแล้ว เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เดือนนี้วันหยุดเยอะมาก และเป็นเดือนเทศกาลสงกรานต์ด้วย
ไม่รู้ว่าจะได้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่า แม่ก็ไม่สบายอยู่โรงพยาบาล ใจจริงแล้ว อยากจะไปเยี่ยมแม่ช่วงวันหยุด แต่ก็ไม่รู้ว่า
จะไปได้หรือเปล่า เพราะต้องดูแลการนมัสการที่เปิดใหม่ มวกเหล็กด้วย ให้พระเจ้านำก็แล้วกัน เพราะว่าเราคงควบคุมอะไร
ไม่ได้...