...มนุษย์พยายามแสวงหาที่พึ่งเมื่อยามเรามีความทุกข์จากเพื่อนรอบ ๆ ข้างเรา จากคนที่เรารัก จากคนที่เราไว้ใจ แต่ก็ใช่ว่าเราจะได้ความสงบใจทุกครั้งไป แต่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เคยที่จะผิดหวังในที่เราต้องการเลย ขออย่าให้เราละเลยที่จะแสวงหาพระองค์ ให้พระองค์เป็นที่พึ่งของเราตลอดไป
ประสบการณ์ชีวิตดี ๆ และมีค่า ต่อการสรรสร้างกำลังใจ อยากจะบันทึกไว้ให้ตัวเองได้เก็บไว้อ่านทุกครั้งที่อ่อนล้า หมดแรง เพื่อจะได้สร้างกำลังใจให้ก้าวเดินต่อไป ได้ทุก ๆ วัน
2008-02-04
ในห้วงแห่งความวังเวง...
...มนุษย์พยายามแสวงหาที่พึ่งเมื่อยามเรามีความทุกข์จากเพื่อนรอบ ๆ ข้างเรา จากคนที่เรารัก จากคนที่เราไว้ใจ แต่ก็ใช่ว่าเราจะได้ความสงบใจทุกครั้งไป แต่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เคยที่จะผิดหวังในที่เราต้องการเลย ขออย่าให้เราละเลยที่จะแสวงหาพระองค์ ให้พระองค์เป็นที่พึ่งของเราตลอดไป
2008-02-03
สิ่งร้าย ๆ มักจะมาพร้อมกับสิ่งดี ๆ เสมอแต่อะไรจะมาก่อนล่ะ...
...สรุปที่ตำรวจสอบสวนก็คือมีคนเข้าไปสร้างเมล์ User ชื่อ temp@mission-hospital.org และทำการ re-direct เมล์ของฝ่ายบริหารมาที่ temp@mission-hospital.org ตำรวจถามเราว่าเราได้สร้างใช่หรือเปล่า เราก็บอกว่าใช่ ตำรวจถามว่าทำไมถึงสร้าง ทั้งที่ลาออกจากงานแล้ว ฉันก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทางตำรวจทราบ และก็บอกว่าการที่ต้องออกจากงานนั้น หน้าที่นี้ที่รับผิดชอบก็ยังไม่ได้ถูกส่งมอบให้ใครรับผิดชอบต่อ และก็เป็นหน้าที่ที่ถือว่าเป็นความลับฉันก็ไม่กล้าที่ส่งมอบให้ใครทำ เลยดูแลมาเรื่อย ๆ และก็ได้สร้าง temp@ ดังกล่าวเพื่อสำรองเก็บข้อมูลเมล์ของฝ่ายบริหารอีกชุดหนึ่ง เพื่อป้องกันเมื่อมีการสูญหายจะได้หามาให้ได้ และได้ทดสอบการทำงานโดยการ re-direct จาก temp@ สำเนาต่อมาที่เมล์ของฉัน ซึ่งนาน ๆ ฉันก็จะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยเช่นเคยทำเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ยังต้องรับผิดชอบต่อไป ก็เพราะฉันรักโรงพยาบาลจึงได้ทำเช่นนั้น จนถึงประมาณกลางเดือน มิถุนายน 2550 ฉันก็ไม่สามารถเข้าไปจัดการระบบดังกล่าวได้ และฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรต่อไปเพราะคิดว่าคงจะมีคนมาดูแลต่อแล้ว และฉันก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้วจนถึงปัจจุบัน เมื่อเล่าดังนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อง "อ้อ เป็นเช่นนี้เอง" ตำรวจบอกว่าแล้วทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจ ฉันแปลกใจมากตำรวจเข้าใจสิ่งที่ฉันทำ แต่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมหลักความเชื่อเดียวกันกับฉันทำไมถึงไม่เข้าใจ? เขาคิดอะไรของเขา?
... จนวันดังกล่าวที่ฉันมาให้ปากคำ ฉันจึงทราบว่าได้มีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 1 ธค.50 ที่สถานีตำรวจนางเลิ้ง เพราะมีหัวหน้าไอทีคนใหม่ไปตรวจพบสิ่งที่ฉันได้ทำไว้ และก็ไปรายงานผู้อำนวยการ เลยกลายเป็นว่าฉันดักรับข้อมูลของฝ่ายบริหารไป ทางโรงพยาบาลจึงไปแจ้งความจะเอาผิดกับฉันให้ได้เลย...แต่ก็แปลกใจทำไมไม่เรียกฉันไปคุยถือสอบถามกันก่อนเพราะฉันก็ไปโบสถ์ที่นั่นเกือบทุกเสาร์ ฉันเสียใจจริง ๆ กับการกระทำแบบไร้ซึ่งมนุษยธรรมที่ได้กระทำกับฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ถือโทษหรือว่าโกรธอะไร แต่ฉันกลับเห็นว่าซาตานนี่ช่างเก่งกาจจริง ๆ สิ่งที่เราทำมันอาจจะผิดมากในสายตาของเขาก็ได้ หรือไม่ก็ผิดจนไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ ช่างเถอะฉันรู้ตัวฉันเองว่าฉันทำอะไร และมีเจตนาอย่างไรก็พอแล้ว ส่วนคนอื่นจะเข้าใจหรือไม่อย่างไร ฉันคงบังคับใครไม่ได้ ฉันเพียงแต่หวังว่าสักวันหนึ่งความจริงมันก็คงจะต้องปรากฏว่าอะไรเป็นอะไร
...ฉันได้แต่เพียงหวังว่าจะมีสิ่งที่ดี ๆ ให้ชืนใจตามมานะ หลังจากที่ได้รับสิ่งที่ฉันคิดว่าร้ายแล้วล่ะ...สำหรับฉัน
...วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ฉันได้ไปที่ สน.นางเลิ้งอีกครั้ง ตามโทรศัพท์นัดหมายของร้อยเวร ได้พูดคุยกับร้อยเวรแล้วก็รู้สึกว่า เขาเอือมระอากับทนายและก็หัวหน้าไอที ของโรงพยาบาลเป็นอย่างมากฟังจากที่เขาเล่าให้เราฟังนะ เราก็ฟังและก็บอกเค้าว่ามันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของเขา ทนายว่าความก็อยากจะได้ค่าตอบแทนในเมื่อคดีไม่จบก็คงจะไม่ได้อะไร ร้อยเวรบอกว่าเราจะมีหลักฐานอะไรมาต่อสู้หักล้างกับเขาอีกไหม ความจริงคดีนี้ ร้อยเวรบอกว่าจะจบลงแล้วก็ส่งเรื่องให้อัยการ เพราะไม่มีเหตุของความผิดและก็เป็นเหตุที่เกิดก่อนพรบ.จะออกด้วย แต่ทางทนายและหัวหน้าไอที ก็ยังเสาะหาข้อมูลมาเพิ่มบอกว่าจะเอาผิดให้ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาถูกสั่งให้ทำแบบนั้นโดยผู้นำองค์กรหรือเปล่านะ แต่อย่างไรก็ช่างเถอะในเมื่อเขาไม่ยอมก็สุดแล้วแต่จะเป็นไปเราบอกอย่างนี้กับร้อยเวร และก็เล่าถึงหลักความเชื่อของศาสนาของเราว่าการแก้แค้น และการต้องฟ้องร้องกันถึงในศาลเป็นเรื่องที่น่าอายอย่างยิ่งเพราะมันขัดกับหลักความเชื่อและสิ่งที่เราได้สอนผู้อื่น แล้วถ้าเป็นแบบนี้เราจะไปสอนใครได้ ร้อยเวรก็เข้าใจ สิ่งที่ร้อยเวรไม่เข้าใจตอนนี้ก็คือทำไมโรงพยาบาลถึงได้จะเอาผิดให้ได้ก็ไม่รู้นะ หรือว่าเขามีความผิดอะไรซ่อนไว้ใน อีเมล์ ที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะไม่ได้สนใจ เพราะไม่เห็นสำคัญอะไรกับเราสักหน่อย เราต้องอดทนต่อไปกับการทดลองนี้ แต่บางครั้งก็เหลืออดจริง ๆ เคยคิดจะต่อสู้แต่ก็เป็นแค่ความคิดแค่แว๊บ ๆ ถ้าเป็นเราสมัยก่อนหลายปีมาแล้วไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นนะเพราะเราใจร้อนมาก แต่เราก็สงบลงได้ เราขอมอบทุกอย่างให้พระเจ้าเป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน พระองค์มีทางแก้ไขปัญหาที่ดีเสมอ และเราก็จะรับทุกอย่างที่พระองค์เห็นว่าเหมาะสม และสมควรให้เป็น รอต่อไป..........
2008-01-29
ใครอยากร่วมกิจกรรมการกุศลเข้ามาดูกัน...
2008-01-27
ไปพักร้อนที่แก่งกระจาน (เพชรบุรี) กับเรามะ...
...เมื่อกางเต็นท์เสร็จแล้ว เราก็งัดห่อข้าวที่พกพามาด้วยออกมากินกันด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วก็ทยอยไปอาบน้ำกัน ประทับใจมากสำหรับห้องน้ำที่นั่น สะอาดมาก ๆ ไม่มีกลิ่นเลย แถมใครจะเข้าห้องน้ำต้องเปลี่ยนรองเท้าด้วย เคยเห็นห้องน้ำสะอาดแบบนี้ที่หนึ่งที่ประทับใจเช่นกันที่ ดอยตุง ไม่น่าเชื่อว่ายังมีที่นี่อีก...คืนนี้เรานมัสการกันก่อนที่จะเข้านอนเพื่อเตรียมตัวที่จะตื่นเช้าพรุ่งนี้เพื่อไปดูทะเลหมอก ระยะทางอีกไกลเลย และทางก็ไม่ได้สะดวกนะ..เห็นบอกว่าเกือบ 60 กม.แน่ะ
...ตื่นแต่เช้าเพราะเสียงดังของกลุ่มข้าง ๆ ปลุกตั้งแต่มืดเลย แล้วเราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินทางไปดูทะเลหมอกกัน ณ. สถานที่ ที่ เรียกว่า เขาพะเนินทุ่ง ทางลำบากจริง ๆ แล้วเราก็มาถึงจนได้อ่ะ แต่ทะเลหมอกไม่ค่อยมีแล้ว ชมธรรมชาติได้อิ่มแล้ว
...คืนนี้เราเล่นเกมส์กับเด็ก ๆ ไป พร้อมกับอาหารอย่างล้นหลามที่เพื่อนได้เตรียมมาจากการเข้าเพชรบุรีวันนี้ กินเท่าไรก็ไม่หมด คืนนี้เราทั้งหมดก็เล่นอยู่กับเด็ก ๆ อยู่จนดึก มีเต้นท์ทั้งหมด 5 หลังเลยสำหรับคืนนี้อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว คุณแมวไปยืมเตาย่างของเต้นท์ข้าง ๆ สำหรับอุ่นอาหารแต่ว่าสายไปเพราะเราเริ่มอิ่มกันหมดแล้วสรุปก็คืออาหารเหลือ...และแล้วคืนนี้เราก็ทะยอยกันเข้านอนเพราะดึกแล้ว พรุ่งนี้เราจะตื่นกันแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปและจะพายเรือด้วยล่ะ...น่าสนุก...
...เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปหรือเพื่ออาหารเช้าก็ไม่ทราบเราก่อไฟ เพื่อต้มน้ำสำหรับมาม่าเมื่อกินกันอิ่มหนำกับมื้อเช้าแล้วก็ทะยอยลงน้ำ
2008-01-15
อะไร ๆ เกี่ยวกับ "ครูอาสารุ่นพิเศษ 11-13 มค. 51"
เย็นวันที่ 10 มค. 50 เรารีบเดินทางไปหมอชิตเพื่อจะเดินทางต่อไปที่เชียงรายเพื่อร่วมโครงการ "ครูอาสารุ่นพิเศษ 11-13 มค. 51" ที่ "มูลนิธิกระจกเงา" เห็นบอกว่าเค้าจัดทุกปี รูปแบบจะเป็นการจัดงานวันเด็กให้กับเด็กที่อยู่ในแถบหุบเขาแถวนั้นซึ่งมีระยะการเดินทางตั้งแต่ ไม่กี่ กม.ถึง หลายสิบ กม. จากหมู่บ้านถึง ที่ตั้งมูลนิธิกระจกเงา ครั้งนี้มีนักศึกษาพยาบาลที่อาสาเป็นหน่วยกล้าตายไปด้วย 2 คน(ก้อย,ทับทิม)
แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางด้วยบริการ"สมบัติทัวร์" เที่ยวเวลา 19.50 น. เรานั่งรถไฟฟ้า แล้วต่อด้วย มอ'ไซค์ เกือบไม่ทันแน่ะ...และแล้วเราก็มาถึงสถานีขนส่งเชียงรายจนได้ เจอเพื่อนร่วมเดินทางคนแรก (คิดเดาเอาเอง เลยให้ทิมถามดูใช่จริง ๆ ด้วยเพราะดูการหอบข้าวของเหมือนกับคนบ้าเลย(โยโย่) บ้าทำความดีน่ะ... แล้วเราก็พากันไปรอที่บ้างป้อม สห. ตามที่ได้รับการบอกกล่าวไว้ สาย ๆ ครูจะเด็ดก็มารับให้ขึ้นรถสองแถวเพื่อเข้ามูลนิธิ พอมาถึงครูจะเด็ดก็ให้รวมกันที่ห้องประชุมเพื่อแนะนำมูลนิธิและโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิ เสร็จพาไปดูสถานที่พัก แล้วก็เริ่มจัดสถานที่สำหรับงานวันเด็กพรุ่งนี้...เสร็จแล้วก็มื้อเที่ยงด้วย...ข้าวซอยน้ำเงี้ยว...อร่อยมากตามแบบฉบับชาวเหนือ...
เสร็จแล้วก็พากันจัดเตรียมของขวัญต่อจนถึงดึกเลยล่ะของขวัญเยอะจริง ๆ
จนดึกได้เวลาพักผ่อนซะที แต่ก็มีบางคนแอบไปทำกองไฟเพื่อป้องย่าง(นรินทร์) เราก็ไปนั่งร่วมก๊วนนะเค้าด้วยอ่ะ...เช้าตรู่วันเสาร์ซึ่งเป็นวันเด็กพิธีเตรียมการสำหรับเด็ก และการมอบของขวัญได้เปิดขึ้นด้วยความชุลมุนวุ่นวายน่าดู กองทัพเด็กที่จะมารับของขวัญรออยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าเป็นพัน ๆ คน
2008-01-08
สวัสดีปีใหม่ 2551 กับข่าวดีและข่าวร้าย(รึเปล่าก็ไม่รู้)
สวัสดีปีใหม่ 2551 กับตัวเอง หลังจากกลับมาจากกาญจนบุรี แล้วเมื่อวันที่ 1 มค. มีโอกาสพัก 2 วันแล้วเราก็ได้ไปบ้านภรรยาต่อเย็นวันที่ 3 มค. อากาศที่ปากชมหนาวมากตอนเช้าวันที่ 4 มค. แต่วันต่อมาก็ไม่ค่อยหนาวเท่าไร แต่จะมีก็หมอกตอนเช้าหนามาก อยู่ที่ปากชมจนถึงวันที่ 7 มค. เย็นวันนี้วางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯ ลูก ๆ ขาดเรียนไป 1 วันแล้ว บ่ายได้รับโทร จากคุณนก บอกให้ไปทำงานด้วยอีก จะว่าเป็นข่าวดี หรือเป็นคำตอบของพระเจ้าหรือเปล่าเราก็ไม่รู้นะ ทั้งที่เราก็ลาออกจากงานที่นั่นมาแล้ว กะว่าจะอยู่สบาย ๆ สักพักจนถึงลูกเปิดเรียน แล้วค่อยคิดหางานใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าคำอธิษฐานมาตรงเวลาพอดี วันที่ 7 มค. เป็นวันแรกที่ลูกเปิดเรียน และเราก็ได้รับโทร. ให้กลับไปทำงานที่เดิมอีก... จะไม่ให้เราอดคิดได้อย่างไรว่าเป็นเสียงเรียกของพระเจ้า...อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับเรา...ก็ได้นะสำหรับการต้อนรับปีใหม่...
แต่ก็ยังไม่ข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไรที่ทำให้เราไม่สบายใจตามมา ซึ่งเราก็ได้รับโทร.ในบ่ายวันที่แปดหลังจากกลับมาถึง กทม.แล้ว...เรื่องอะไรเหรอ??? ไม่รู้ว่าจะเขียนที่นี่ได้หรือเปล่า...เอาไว้ค่อยมาเขียนหลังจากเรื่องมันจบก่อนดีกว่า... นึกอะไรได้แค่นี้แหละวันนี้พอก่อน
2007-12-26
ฉันจะทำอะไรดีในช่วงพักร้อนยาว ๆ
หลังจากที่ฉันตัดสินใจที่จะพักร้อนยาวในช่วงที่ลูก ๆ ปิดช่วงคริสตมาสและปีใหม่นี้ มีหลายสิ่งที่อยากจะทำเพื่อลูก ๆ ได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ใช่จะมีได้ง่าย ๆ หรือไม่ก็อาจจะพูดได้เลยว่าอาจจะไม่มีเลยในชีวิตก็ได้เพราะหน้าที่การงาน และเวลาต่าง ๆ บังคับให้เราไม่สามารถทำในส่งที่เราต้องการได้ นั่นแหละถึงทำให้ฉันดีใจมากที่ได้มีโอกาสนี้ในชีวิตกับลูก ๆ o คืนวันที่ 4 ธันวาคม 50 เรามีโอกาสได้ไปตั้งเต็นท์นอนที่บ้าน อ.บุญรัตน์ ที่มวกเหล็ก คืนนั้นเป็นคืนที่เราได้ชมดวงดาวต่าง ๆ เต็มฟากฟ้า... รู้สึกโล่ง สบาย...

o เช้าวันที่ 5 ธันวาคม เราทำอาหารกินกันทั้งวัน...เนื้อย่าง กินกันจนแบบว่า...สามล้อถูกหวย...สนุกดีกับช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลูก ๆ ครอบครัว กับเพื่อน ๆ และธรรมชาติ บ่าย ๆ เรากลับมาถึงบ้าน...ปลอดภัย ขอบคุณพระเจ้า
o เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม เราเดินทางไปพักผ่อนที่เพชรบุรี หาดเจ้าสำราญ เราไปกันเป็นทีมเลยทีนี้ พร้อมกับนักศึกษาพยาบาลอีก 7-8 คน...งานนี้กิน ๆ สนุก พักผ่อน...เที่ยว ไม่น่าเชื่อไปเจอ น้องแอร์ที่นั่นด้วย เค้าไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เค้าเหมือนกัน โลกนี้ช่างกลมจริง ๆ
2007-11-16
ความสุขกับวันศุกร์...
วันศุกร์มาเยือนทีไรทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าความทุกข์ต่าง ๆ ได้ถูกยกออกไปจากสมอง ทุกอย่างได้เริ่มสดใส ยิ่งเวลาคล้อยเย็นยิ่งทำให้เรารู้ว่าจะได้เวลาพักผ่อน ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเสียนี่กระไร นี่เองคือสิ่งที่ดีที่สุดที่พระเจ้าได้ประทานให้กับมนุษย์ทุกคนเพื่อให้รู้ว่าพระองค์คือพระเจ้าองค์ที่ไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้...หรือคุณคิดว่าอย่างไร...
ความสุขกับวันศุกร์
ความสุขกับวันศุกร์
ชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน
จบการบันทึกสำหรับอะไรบางอย่างที่คิดได้สำหรับวันนี้
26 ธค.50 วันนี้พาลูก ๆ ไปรับของที่พญาไท ที่จะเอาไปบริจาคบ้าน อ.พะดา ในวันช่วงวันที่ 28-30 ธค. นี้ เอาใส่รถแท็กซี่ เกือบไปหมด ไปรับของจากพี่ติ๋ม เอาไปส่งที่บ้าน อ.พะดา เสร็จแล้วก็พาลูกออกมารอรถตั้งนาน แสนนาน ว่าจะกลับบ้าน เลยแวะที่ สยาม กิน แมค..เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้า กลับบ้าน...
2007-10-21
บางครั้งการอยู่เฉย ๆ ไม่คิดอะไรมากก็ทำให้เราอยู่รอดได้
ฉันได้เรียนรู้ว่าการทำอะไรจริงจังและทุ่มเทเพื่อองค์กรอย่างมากนั้นไม่ได้ช่วยทำให้ฉันมีค่าอะไรมากมายมันก็แค่สิ่งที่เสมอตัวกับขาดทุน มันทำให้รู้ว่าบางครั้งเราก็จะต้องอยู่เฉย ๆ บ้าง ไม่ต้องจริงจังอะไรมากมายกับอะไร เพราะสิ่งนี้มันจะทำให้เราอยู่รอด และอยู่ได้อย่างดี ถึงแม้จะต้องใส่หน้ากาเพื่ออยู่ก็ตาม แต่คงไม่ใช่ฉันแน่ แต่ฉันก็จะพยายามอยู่ให้ได้ต่อไป...ฮ่า....------------------------------------------------------------------------------------
คุณค่าของเพรช อยู่ที่คนที่มองเห็นคุณค่าต่างหาก อย่าพึงท้อใจ ในการทำความดี คุณมีพ่ออยู่บนสวรรค์ที่มองเห็นคุณค่าของคุณ สิ่งที่ทำตอนนี้อาจจะไม่เห็นผลในตอนนี้ แต่อาจจะเกิดผลในอีกวันก็..สู้..สู้
Maew (rassameea@gmail.com)
Wed 10/17/07 8:05 PM
ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไรนอกจาก...
----------------------------------------------------------------------------------
สรุปคือ เราเองที่ได้ชีวิตนิรันดร์ โดยที่เราไม่ได้เสียอะไร นี่คือคำตอบใช่หรือเปล่า.. บางครั้ง เราต้องยอมที่เสียเสื้อผ้าตัวเก่า เพื่อจะได้ตัวใหม่มา แต่ไม่ได้หมายถึงต้องเสียภรรยาเก่า เพื่อได้ภรรยาใหม่ น๊ะ
Maew
rassameea@gmail.com
Wed 10/17/07 7:53 PM
2007-10-17
ขอบคุณพ่อบนสวรรค์ ที่แสนดีตลอดกาลของฉัน
ขอบคุณพ่อบนสวรรค์
Subscribe to:
Posts (Atom)