2008-02-04

ในห้วงแห่งความวังเวง...

"ใจของเราเป็นทุกข์แทบจะตาย จงเฝ้าอยู่กับเราที่นี่เถิด" มธ.26:38 ใครล่ะจะเข้าใจความอ้างว้างของเราเท่ากับตัวเราเอง ยามเมื่อเราต้องการเพื่อน ต้องการคนเข้าใจ เพื่อนสนิทข้างกายก็ไม่เข้าใจ คนที่เราคิดเชื่อถือก็ไม่ใช่ที่เราจะปรึกษาได้ เราเข้าใจแล้วว่าในสภาพของการเป็นมนุษย์นั้นไม่มีที่ความช่วยเหลือที่สมบูรณ์ทุกอย่างมีแอบแฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างซึ่งมันก็คือความบาปนั่นเองที่ทำให้เป็นอย่างนั้น ...ขณะที่พระเยซูต้องการเพื่อนยามที่อ้างว้างที่สุด สาวกที่คนสนิทของพระองค์ เปโตร, โยฮัน, ยาโกโบ ก็ยังไม่เข้าใจพระองค์ไม่ได้เห็นถึงความอ้างว้างของพระองค์ พวกเขาก็ยังง่วงเหงาและหลับไหลในยามที่พระองค์ต้องการที่ปลอบใจ มันทำให้สัมผัสถึงเราความรู้สึกช่วงขณะนั้นของพระองค์ ในสภาพของความบาปนี้ไม่มีใครหลุดพ้น ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระองค์เถิด
...มนุษย์พยายามแสวงหาที่พึ่งเมื่อยามเรามีความทุกข์จากเพื่อนรอบ ๆ ข้างเรา จากคนที่เรารัก จากคนที่เราไว้ใจ แต่ก็ใช่ว่าเราจะได้ความสงบใจทุกครั้งไป แต่ในองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่เคยที่จะผิดหวังในที่เราต้องการเลย ขออย่าให้เราละเลยที่จะแสวงหาพระองค์ ให้พระองค์เป็นที่พึ่งของเราตลอดไป

2008-02-03

สิ่งร้าย ๆ มักจะมาพร้อมกับสิ่งดี ๆ เสมอแต่อะไรจะมาก่อนล่ะ...

...วันอังคารที่ 29 มกราคม 2551 เราได้ไปเป็นพยานในการแจ้งความของโรงพยาบาลมิชชั่นที่กับสถานีตำรวจนางเลิ้ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเราก็ได้รับนัดให้มาให้ปากคำตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ก็คิวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ว่างสักทีก็เลยต้องเลื่อนไปทุกครั้ง วันนี้ก็ได้โอกาสเสียที ซึ่งเราก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไรกันแน่ ทราบคร่าวจากนพรัตน์ และประเวส ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมล์ ซึ่งเราก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรกับน้องเค้ามากนักกลัวเค้าลำบากใจในการตอบ รอให้ถึงคิวเราค่อยสอบถามจากเจ้าหน้าที่ดีกว่า
...สรุปที่ตำรวจสอบสวนก็คือมีคนเข้าไปสร้างเมล์ User ชื่อ temp@mission-hospital.org และทำการ re-direct เมล์ของฝ่ายบริหารมาที่ temp@mission-hospital.org ตำรวจถามเราว่าเราได้สร้างใช่หรือเปล่า เราก็บอกว่าใช่ ตำรวจถามว่าทำไมถึงสร้าง ทั้งที่ลาออกจากงานแล้ว ฉันก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทางตำรวจทราบ และก็บอกว่าการที่ต้องออกจากงานนั้น หน้าที่นี้ที่รับผิดชอบก็ยังไม่ได้ถูกส่งมอบให้ใครรับผิดชอบต่อ และก็เป็นหน้าที่ที่ถือว่าเป็นความลับฉันก็ไม่กล้าที่ส่งมอบให้ใครทำ เลยดูแลมาเรื่อย ๆ และก็ได้สร้าง temp@ ดังกล่าวเพื่อสำรองเก็บข้อมูลเมล์ของฝ่ายบริหารอีกชุดหนึ่ง เพื่อป้องกันเมื่อมีการสูญหายจะได้หามาให้ได้ และได้ทดสอบการทำงานโดยการ re-direct จาก temp@ สำเนาต่อมาที่เมล์ของฉัน ซึ่งนาน ๆ ฉันก็จะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยเช่นเคยทำเพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ยังต้องรับผิดชอบต่อไป ก็เพราะฉันรักโรงพยาบาลจึงได้ทำเช่นนั้น จนถึงประมาณกลางเดือน มิถุนายน 2550 ฉันก็ไม่สามารถเข้าไปจัดการระบบดังกล่าวได้ และฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรต่อไปเพราะคิดว่าคงจะมีคนมาดูแลต่อแล้ว และฉันก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้วจนถึงปัจจุบัน เมื่อเล่าดังนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อง "อ้อ เป็นเช่นนี้เอง" ตำรวจบอกว่าแล้วทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจ ฉันแปลกใจมากตำรวจเข้าใจสิ่งที่ฉันทำ แต่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมหลักความเชื่อเดียวกันกับฉันทำไมถึงไม่เข้าใจ? เขาคิดอะไรของเขา?
... จนวันดังกล่าวที่ฉันมาให้ปากคำ ฉันจึงทราบว่าได้มีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 1 ธค.50 ที่สถานีตำรวจนางเลิ้ง เพราะมีหัวหน้าไอทีคนใหม่ไปตรวจพบสิ่งที่ฉันได้ทำไว้ และก็ไปรายงานผู้อำนวยการ เลยกลายเป็นว่าฉันดักรับข้อมูลของฝ่ายบริหารไป ทางโรงพยาบาลจึงไปแจ้งความจะเอาผิดกับฉันให้ได้เลย...แต่ก็แปลกใจทำไมไม่เรียกฉันไปคุยถือสอบถามกันก่อนเพราะฉันก็ไปโบสถ์ที่นั่นเกือบทุกเสาร์ ฉันเสียใจจริง ๆ กับการกระทำแบบไร้ซึ่งมนุษยธรรมที่ได้กระทำกับฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้ถือโทษหรือว่าโกรธอะไร แต่ฉันกลับเห็นว่าซาตานนี่ช่างเก่งกาจจริง ๆ สิ่งที่เราทำมันอาจจะผิดมากในสายตาของเขาก็ได้ หรือไม่ก็ผิดจนไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ ช่างเถอะฉันรู้ตัวฉันเองว่าฉันทำอะไร และมีเจตนาอย่างไรก็พอแล้ว ส่วนคนอื่นจะเข้าใจหรือไม่อย่างไร ฉันคงบังคับใครไม่ได้ ฉันเพียงแต่หวังว่าสักวันหนึ่งความจริงมันก็คงจะต้องปรากฏว่าอะไรเป็นอะไร
...ฉันได้แต่เพียงหวังว่าจะมีสิ่งที่ดี ๆ ให้ชืนใจตามมานะ หลังจากที่ได้รับสิ่งที่ฉันคิดว่าร้ายแล้วล่ะ...สำหรับฉัน
...วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ฉันได้ไปที่ สน.นางเลิ้งอีกครั้ง ตามโทรศัพท์นัดหมายของร้อยเวร ได้พูดคุยกับร้อยเวรแล้วก็รู้สึกว่า เขาเอือมระอากับทนายและก็หัวหน้าไอที ของโรงพยาบาลเป็นอย่างมากฟังจากที่เขาเล่าให้เราฟังนะ เราก็ฟังและก็บอกเค้าว่ามันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของเขา ทนายว่าความก็อยากจะได้ค่าตอบแทนในเมื่อคดีไม่จบก็คงจะไม่ได้อะไร ร้อยเวรบอกว่าเราจะมีหลักฐานอะไรมาต่อสู้หักล้างกับเขาอีกไหม ความจริงคดีนี้ ร้อยเวรบอกว่าจะจบลงแล้วก็ส่งเรื่องให้อัยการ เพราะไม่มีเหตุของความผิดและก็เป็นเหตุที่เกิดก่อนพรบ.จะออกด้วย แต่ทางทนายและหัวหน้าไอที ก็ยังเสาะหาข้อมูลมาเพิ่มบอกว่าจะเอาผิดให้ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาถูกสั่งให้ทำแบบนั้นโดยผู้นำองค์กรหรือเปล่านะ แต่อย่างไรก็ช่างเถอะในเมื่อเขาไม่ยอมก็สุดแล้วแต่จะเป็นไปเราบอกอย่างนี้กับร้อยเวร และก็เล่าถึงหลักความเชื่อของศาสนาของเราว่าการแก้แค้น และการต้องฟ้องร้องกันถึงในศาลเป็นเรื่องที่น่าอายอย่างยิ่งเพราะมันขัดกับหลักความเชื่อและสิ่งที่เราได้สอนผู้อื่น แล้วถ้าเป็นแบบนี้เราจะไปสอนใครได้ ร้อยเวรก็เข้าใจ สิ่งที่ร้อยเวรไม่เข้าใจตอนนี้ก็คือทำไมโรงพยาบาลถึงได้จะเอาผิดให้ได้ก็ไม่รู้นะ หรือว่าเขามีความผิดอะไรซ่อนไว้ใน อีเมล์ ที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เพราะไม่ได้สนใจ เพราะไม่เห็นสำคัญอะไรกับเราสักหน่อย เราต้องอดทนต่อไปกับการทดลองนี้ แต่บางครั้งก็เหลืออดจริง ๆ เคยคิดจะต่อสู้แต่ก็เป็นแค่ความคิดแค่แว๊บ ๆ ถ้าเป็นเราสมัยก่อนหลายปีมาแล้วไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นนะเพราะเราใจร้อนมาก แต่เราก็สงบลงได้ เราขอมอบทุกอย่างให้พระเจ้าเป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน พระองค์มีทางแก้ไขปัญหาที่ดีเสมอ และเราก็จะรับทุกอย่างที่พระองค์เห็นว่าเหมาะสม และสมควรให้เป็น รอต่อไป..........

2008-01-29

ใครอยากร่วมกิจกรรมการกุศลเข้ามาดูกัน...

แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไปของชีวิตนั้นเราสามารถเติมสีสันให้กับชีวิตของเราได้ จะด้วยการประกอบการใดก็แล้วแต่มันก็คือสิ่งที่จะกลายมาเป็นประสบการณ์ไม่ว่าจะดีหรือเลว(ไม่ดี รึป่าว)ฉันมีโอกาสได้ร่วมงานการกุศล เพราะมันคือส่งที่ปรารถนาจะทำอยู่แล้วเพราะมันทำให้จิตใจสูงขึ้น และเกิดความสุขในจิตใจ ใครอยากจะมีส่วนร่วมลองเข้ามาศึกษาดูตัวอย่างสิ ไม่สงวนลิขสิทธิ์คราบ.......ดูประมวลภาพกิจกรรมที่เราได้ไปร่วมงานครูอาสารุ่นพิเศษ วันเด็ก 51 ที่มูลนิธิกระจกเงา เป็นวันที่มีความสุขยิ่ง

2008-01-27

ไปพักร้อนที่แก่งกระจาน (เพชรบุรี) กับเรามะ...

ตอนแรกเราวางแผนจะไปเที่ยวงานโคนมที่โคราช 25-27 มกราคม 51 แต่ว่ามีเหตุคืองานยกเลิกไป ดังนั้นอีกแผนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาทันทีคือไปเที่ยวที่ แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ไม่รอช้าเรารีบโทรจองบ้านพัก กะว่าจองไปงั้นแหละ ถ้าได้คงเลือกไปกางเต้นท์นอนดีกว่าได้บรรยากาศมากกว่า เราออกเดินทางจากกรุงเทพ เกือบ 4 โมงเย็น ไปถึงจุดหมายปลายทางที่กางเต้นท์ เกือบ 2 ทุ่มละ ฮ่า...นั่งรถเหนื่อย เมื่อย ...ตูด....
...เมื่อกางเต็นท์เสร็จแล้ว เราก็งัดห่อข้าวที่พกพามาด้วยออกมากินกันด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วก็ทยอยไปอาบน้ำกัน ประทับใจมากสำหรับห้องน้ำที่นั่น สะอาดมาก ๆ ไม่มีกลิ่นเลย แถมใครจะเข้าห้องน้ำต้องเปลี่ยนรองเท้าด้วย เคยเห็นห้องน้ำสะอาดแบบนี้ที่หนึ่งที่ประทับใจเช่นกันที่ ดอยตุง ไม่น่าเชื่อว่ายังมีที่นี่อีก...คืนนี้เรานมัสการกันก่อนที่จะเข้านอนเพื่อเตรียมตัวที่จะตื่นเช้าพรุ่งนี้เพื่อไปดูทะเลหมอก ระยะทางอีกไกลเลย และทางก็ไม่ได้สะดวกนะ..เห็นบอกว่าเกือบ 60 กม.แน่ะ
...ตื่นแต่เช้าเพราะเสียงดังของกลุ่มข้าง ๆ ปลุกตั้งแต่มืดเลย แล้วเราก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินทางไปดูทะเลหมอกกัน ณ. สถานที่ ที่ เรียกว่า เขาพะเนินทุ่ง ทางลำบากจริง ๆ แล้วเราก็มาถึงจนได้อ่ะ แต่ทะเลหมอกไม่ค่อยมีแล้ว ชมธรรมชาติได้อิ่มแล้ว เราก็เดินทางกลับลงมาเพราะถึงเวลาให้ลงแล้วถ้าไม่ลงช่วงนี้ก็จะต้องรอไปตอนบ่ายเลย คือ บ่าย สี่โมงเย็นโน่นแหละ เราลงมาประมาณ เก้าโมงเช้า แล้วเดินทางเรื่อยมาจนกลับมาถึงที่เราตั้งแค้มป์ ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อบางคนขอเข้าไปในเมืองเพชรบุรี เพื่อไปซื้อเต้นท์สำหรับคืนนี้ เพราะไม่อยากเช่า และสำคัญสำหรับอาหารมื้อเย็นนี้ด้วย รอจนเย็น ๆ เพื่อนก็กลับมา เราเล่นน้ำกับเด็ก ๆ สนุกมาก น้ำน่าเล่นมากเลย
...คืนนี้เราเล่นเกมส์กับเด็ก ๆ ไป พร้อมกับอาหารอย่างล้นหลามที่เพื่อนได้เตรียมมาจากการเข้าเพชรบุรีวันนี้ กินเท่าไรก็ไม่หมด คืนนี้เราทั้งหมดก็เล่นอยู่กับเด็ก ๆ อยู่จนดึก มีเต้นท์ทั้งหมด 5 หลังเลยสำหรับคืนนี้อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว คุณแมวไปยืมเตาย่างของเต้นท์ข้าง ๆ สำหรับอุ่นอาหารแต่ว่าสายไปเพราะเราเริ่มอิ่มกันหมดแล้วสรุปก็คืออาหารเหลือ...และแล้วคืนนี้เราก็ทะยอยกันเข้านอนเพราะดึกแล้ว พรุ่งนี้เราจะตื่นกันแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปและจะพายเรือด้วยล่ะ...น่าสนุก...
...เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อถ่ายรูปหรือเพื่ออาหารเช้าก็ไม่ทราบเราก่อไฟ เพื่อต้มน้ำสำหรับมาม่าเมื่อกินกันอิ่มหนำกับมื้อเช้าแล้วก็ทะยอยลงน้ำ และเช่าเรือสำหรับพาย เราเปลี่ยนกันรับเด็ก ๆ ออกเรือพายไป เด็ก ๆ น่าจะสนุกกันเพราะเห็นร้องงอแง ไม่อยากจะขึ้นจากน้ำกันเลย เล่นน้ำ, พายเรือจนเหนื่อยเข้าที่เราก็เตรียมของที่จะกลับ หลังจากเก็บเต้นท์เรียบร้อยเกือบสิบเอ็ดโมงเช้า ทุกคนเหนื่อยมากเลยพากันนอนพักผ่อนแบบหมดรูป บางคนถึงกับกรน...ปรือส์....ๆๆๆๆ เพราะเหนื่อยรึป่าว แล้วเราก็ตื่นจากหงีบกัน เพื่อเตรียมตัวกลับ ก่อนกลับเราถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก คงจะต้องลาก่อนแล้วนะ แก่งกระจาน หลายคนบอกว่าคงจะต้องหาโอกาสกลับมาใหม่เพราะประทับใจที่นี่มาก...

2008-01-15

อะไร ๆ เกี่ยวกับ "ครูอาสารุ่นพิเศษ 11-13 มค. 51"

เย็นวันที่ 10 มค. 50 เรารีบเดินทางไปหมอชิตเพื่อจะเดินทางต่อไปที่เชียงรายเพื่อร่วมโครงการ "ครูอาสารุ่นพิเศษ 11-13 มค. 51" ที่ "มูลนิธิกระจกเงา" เห็นบอกว่าเค้าจัดทุกปี รูปแบบจะเป็นการจัดงานวันเด็กให้กับเด็กที่อยู่ในแถบหุบเขาแถวนั้นซึ่งมีระยะการเดินทางตั้งแต่ ไม่กี่ กม.ถึง หลายสิบ กม. จากหมู่บ้านถึง ที่ตั้งมูลนิธิกระจกเงา ครั้งนี้มีนักศึกษาพยาบาลที่อาสาเป็นหน่วยกล้าตายไปด้วย 2 คน(ก้อย,ทับทิม) แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางด้วยบริการ"สมบัติทัวร์" เที่ยวเวลา 19.50 น. เรานั่งรถไฟฟ้า แล้วต่อด้วย มอ'ไซค์ เกือบไม่ทันแน่ะ...และแล้วเราก็มาถึงสถานีขนส่งเชียงรายจนได้ เจอเพื่อนร่วมเดินทางคนแรก (คิดเดาเอาเอง เลยให้ทิมถามดูใช่จริง ๆ ด้วยเพราะดูการหอบข้าวของเหมือนกับคนบ้าเลย(โยโย่) บ้าทำความดีน่ะ... แล้วเราก็พากันไปรอที่บ้างป้อม สห. ตามที่ได้รับการบอกกล่าวไว้ สาย ๆ ครูจะเด็ดก็มารับให้ขึ้นรถสองแถวเพื่อเข้ามูลนิธิ พอมาถึงครูจะเด็ดก็ให้รวมกันที่ห้องประชุมเพื่อแนะนำมูลนิธิและโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิ เสร็จพาไปดูสถานที่พัก แล้วก็เริ่มจัดสถานที่สำหรับงานวันเด็กพรุ่งนี้...เสร็จแล้วก็มื้อเที่ยงด้วย...ข้าวซอยน้ำเงี้ยว...อร่อยมากตามแบบฉบับชาวเหนือ... เสร็จแล้วก็พากันจัดเตรียมของขวัญต่อจนถึงดึกเลยล่ะของขวัญเยอะจริง ๆ จนดึกได้เวลาพักผ่อนซะที แต่ก็มีบางคนแอบไปทำกองไฟเพื่อป้องย่าง(นรินทร์) เราก็ไปนั่งร่วมก๊วนนะเค้าด้วยอ่ะ...เช้าตรู่วันเสาร์ซึ่งเป็นวันเด็กพิธีเตรียมการสำหรับเด็ก และการมอบของขวัญได้เปิดขึ้นด้วยความชุลมุนวุ่นวายน่าดู กองทัพเด็กที่จะมารับของขวัญรออยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าเป็นพัน ๆ คน

2008-01-08

สวัสดีปีใหม่ 2551 กับข่าวดีและข่าวร้าย(รึเปล่าก็ไม่รู้)


สวัสดีปีใหม่ 2551 กับตัวเอง หลังจากกลับมาจากกาญจนบุรี แล้วเมื่อวันที่ 1 มค. มีโอกาสพัก 2 วันแล้วเราก็ได้ไปบ้านภรรยาต่อเย็นวันที่ 3 มค. อากาศที่ปากชมหนาวมากตอนเช้าวันที่ 4 มค. แต่วันต่อมาก็ไม่ค่อยหนาวเท่าไร แต่จะมีก็หมอกตอนเช้าหนามาก อยู่ที่ปากชมจนถึงวันที่ 7 มค. เย็นวันนี้วางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯ ลูก ๆ ขาดเรียนไป 1 วันแล้ว บ่ายได้รับโทร จากคุณนก บอกให้ไปทำงานด้วยอีก จะว่าเป็นข่าวดี หรือเป็นคำตอบของพระเจ้าหรือเปล่าเราก็ไม่รู้นะ ทั้งที่เราก็ลาออกจากงานที่นั่นมาแล้ว กะว่าจะอยู่สบาย ๆ สักพักจนถึงลูกเปิดเรียน แล้วค่อยคิดหางานใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าคำอธิษฐานมาตรงเวลาพอดี วันที่ 7 มค. เป็นวันแรกที่ลูกเปิดเรียน และเราก็ได้รับโทร. ให้กลับไปทำงานที่เดิมอีก... จะไม่ให้เราอดคิดได้อย่างไรว่าเป็นเสียงเรียกของพระเจ้า...อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับเรา...ก็ได้นะสำหรับการต้อนรับปีใหม่...

แต่ก็ยังไม่ข่าวที่ไม่ค่อยดีเท่าไรที่ทำให้เราไม่สบายใจตามมา ซึ่งเราก็ได้รับโทร.ในบ่ายวันที่แปดหลังจากกลับมาถึง กทม.แล้ว...เรื่องอะไรเหรอ??? ไม่รู้ว่าจะเขียนที่นี่ได้หรือเปล่า...เอาไว้ค่อยมาเขียนหลังจากเรื่องมันจบก่อนดีกว่า... นึกอะไรได้แค่นี้แหละวันนี้พอก่อน

2007-12-26

ฉันจะทำอะไรดีในช่วงพักร้อนยาว ๆ

หลังจากที่ฉันตัดสินใจที่จะพักร้อนยาวในช่วงที่ลูก ๆ ปิดช่วงคริสตมาสและปีใหม่นี้ มีหลายสิ่งที่อยากจะทำเพื่อลูก ๆ ได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ใช่จะมีได้ง่าย ๆ หรือไม่ก็อาจจะพูดได้เลยว่าอาจจะไม่มีเลยในชีวิตก็ได้เพราะหน้าที่การงาน และเวลาต่าง ๆ บังคับให้เราไม่สามารถทำในส่งที่เราต้องการได้ นั่นแหละถึงทำให้ฉันดีใจมากที่ได้มีโอกาสนี้ในชีวิตกับลูก ๆ
o คืนวันที่ 4 ธันวาคม 50 เรามีโอกาสได้ไปตั้งเต็นท์นอนที่บ้าน อ.บุญรัตน์ ที่มวกเหล็ก คืนนั้นเป็นคืนที่เราได้ชมดวงดาวต่าง ๆ เต็มฟากฟ้า... รู้สึกโล่ง สบาย...
o เช้าวันที่ 5 ธันวาคม เราทำอาหารกินกันทั้งวัน...เนื้อย่าง กินกันจนแบบว่า...สามล้อถูกหวย...สนุกดีกับช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลูก ๆ ครอบครัว กับเพื่อน ๆ และธรรมชาติ บ่าย ๆ เรากลับมาถึงบ้าน...ปลอดภัย ขอบคุณพระเจ้า
o เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม เราเดินทางไปพักผ่อนที่เพชรบุรี หาดเจ้าสำราญ เราไปกันเป็นทีมเลยทีนี้ พร้อมกับนักศึกษาพยาบาลอีก 7-8 คน...งานนี้กิน ๆ สนุก พักผ่อน...เที่ยว ไม่น่าเชื่อไปเจอ น้องแอร์ที่นั่นด้วย เค้าไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เค้าเหมือนกัน โลกนี้ช่างกลมจริง ๆ

2007-11-16

ความสุขกับวันศุกร์...

วันศุกร์มาเยือนทีไรทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าความทุกข์ต่าง ๆ ได้ถูกยกออกไปจากสมอง ทุกอย่างได้เริ่มสดใส ยิ่งเวลาคล้อยเย็นยิ่งทำให้เรารู้ว่าจะได้เวลาพักผ่อน ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเสียนี่กระไร นี่เองคือสิ่งที่ดีที่สุดที่พระเจ้าได้ประทานให้กับมนุษย์ทุกคนเพื่อให้รู้ว่าพระองค์คือพระเจ้าองค์ที่ไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้...หรือคุณคิดว่าอย่างไร...

ความสุขกับวันศุกร์

ชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน

วันนี้ทำให้รู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่นั้นไม่ใช่สำหรับเราคนเดียว และก็ไม่ใชสำหรับใครบางคนที่เรารักเท่านั้น แต่มันเหลืออยู่เพื่อที่จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ต้องการสิ่งที่ขาดหายไป หากเราสามารถเติมเต็มให้กับสิ่งที่ขาดหายไปของเขาได้ เขาเหล่านั้นจะก็มีความสุขใจ เราเองก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติ "บุคคลผู้ใดมีใจเมตตากรุณา ผู้นั้นก็เป็นสุขเพราะพระบิดาจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร" เมื่อเราไม่คิดถึงตัวเองมากเกินไป มันจะทำให้ตัวเราเองมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด...

จบการบันทึกสำหรับอะไรบางอย่างที่คิดได้สำหรับวันนี้

26 ธค.50 วันนี้พาลูก ๆ ไปรับของที่พญาไท ที่จะเอาไปบริจาคบ้าน อ.พะดา ในวันช่วงวันที่ 28-30 ธค. นี้ เอาใส่รถแท็กซี่ เกือบไปหมด ไปรับของจากพี่ติ๋ม เอาไปส่งที่บ้าน อ.พะดา เสร็จแล้วก็พาลูกออกมารอรถตั้งนาน แสนนาน ว่าจะกลับบ้าน เลยแวะที่ สยาม กิน แมค..เสร็จแล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้า กลับบ้าน...

2007-10-21

บางครั้งการอยู่เฉย ๆ ไม่คิดอะไรมากก็ทำให้เราอยู่รอดได้

ฉันได้เรียนรู้ว่าการทำอะไรจริงจังและทุ่มเทเพื่อองค์กรอย่างมากนั้นไม่ได้ช่วยทำให้ฉันมีค่าอะไรมากมายมันก็แค่สิ่งที่เสมอตัวกับขาดทุน มันทำให้รู้ว่าบางครั้งเราก็จะต้องอยู่เฉย ๆ บ้าง ไม่ต้องจริงจังอะไรมากมายกับอะไร เพราะสิ่งนี้มันจะทำให้เราอยู่รอด และอยู่ได้อย่างดี ถึงแม้จะต้องใส่หน้ากาเพื่ออยู่ก็ตาม แต่คงไม่ใช่ฉันแน่ แต่ฉันก็จะพยายามอยู่ให้ได้ต่อไป...ฮ่า....
------------------------------------------------------------------------------------
คุณค่าของเพรช อยู่ที่คนที่มองเห็นคุณค่าต่างหาก อย่าพึงท้อใจ ในการทำความดี คุณมีพ่ออยู่บนสวรรค์ที่มองเห็นคุณค่าของคุณ สิ่งที่ทำตอนนี้อาจจะไม่เห็นผลในตอนนี้ แต่อาจจะเกิดผลในอีกวันก็..สู้..สู้

Maew (rassameea@gmail.com)
Wed 10/17/07 8:05 PM

ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องเสียอะไรนอกจาก...

ขณะที่พระเยซูอธิษฐานเสร็จแล้วที่สวนเกธเสมาเน แล้วก็มีทหารมาเพื่อจะมาจับคนที่ชื่อเยซู และก็มาถามพระองค์บอกว่าคนที่ชื่อเยซูอยู่ไหน พระองค์ตอบว่า เป็นพระองค์เอง ตอบตั้งหลายรอบ แล้วทหารก็จับพระองค์ คนที่พาทหารมาจับพระองค์ก็คือ สาวก ของพระองค์นั่นเอง ขณะนั้น เปโตร ปกป้องพระองค์ด้วยการ ชักดาบของตัวเองมาเพื่อจะต่อสู้และได้ฟันหูทหารคนหนึ่งขาด... พระเยซูทรงห้ามไว้..และบอกว่า "เราจะไม่ดื่มถ้วย ซึ่งพระบิดาของเราประทานแก่เราหรือ" ยอห์น 18:11 พระเยซูเองก็ต้องสูญเสีย แม้แต่ชีวิตของพระองค์เอง เพื่อจะได้มาซึ่งสิ่งที่พระองค์ทรงรัก คือ มนุษย์ และเราก็ได้มาซึ่งชีวิตนิรันดร์ ที่พระองค์เตรียมไว้ให้ ดังนั้น เราในฐานะ มนุษย์ การที่เราจะได้อะไรบางอย่างมา และต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป ก็คงไม่แปลกอะไร จงเข้าใจว่ามีผู้ที่ทุกข์มากกว่าเรา
----------------------------------------------------------------------------------
สรุปคือ เราเองที่ได้ชีวิตนิรันดร์ โดยที่เราไม่ได้เสียอะไร นี่คือคำตอบใช่หรือเปล่า.. บางครั้ง เราต้องยอมที่เสียเสื้อผ้าตัวเก่า เพื่อจะได้ตัวใหม่มา แต่ไม่ได้หมายถึงต้องเสียภรรยาเก่า เพื่อได้ภรรยาใหม่ น๊ะ

Maew
rassameea@gmail.com
Wed 10/17/07 7:53 PM

2007-10-17

ขอบคุณพ่อบนสวรรค์ ที่แสนดีตลอดกาลของฉัน

ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าเป็นอย่างมาก ที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับธุรกิจหนึ่งที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนแต่กลับเป็นธุรกิจที่ทำให้ฉันพอที่จะมีรายได้มาชดเชยกับกับค่าใช้จ่ายในครอบครัวที่มันหวิด ๆ ขาด ๆ อยู่ทุกเดือน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นรายได้ที่ถาวรหรือไม่แต่ก็ต้องเสี่ยงดู ฉันได้แต่นึกขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเลี้ยงดูครอบครัวเรา พระพรของพระองค์มาหลายรูปแบบเกินกว่าที่เราจะเข้าใจจริง ๆ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าพระพรอันนี้จะอยู่กับเรานานเท่าไร แต่ฉันเชื่อเสมอว่าพระองค์มีสิ่งที่ดี เกินความเข้าใจของเราจริง ๆ

ขอบคุณพ่อบนสวรรค์